ที่ปรึกษาคณะ กมธ.การกฎหมายฯ รับยื่นหนังสือจากประชาชนผู้เสียหายเพื่อขอความเป็นธรรมและขอให้ตรวจสอบกรณีการทำสัญญาเช่าและเช่าซื้อบ้านพร้อมที่ดินโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
ด้วย น.ส.จรียากรณ์ ธูเจริญศิลป์ ผู้เสียหาย ได้ทำสัญญาเช่าและเช่าซื้อบ้านพร้อมที่ดิน ที่ อ.บ้านฉาง จ.ระยอง กับบริษัทเอกชน โดยเชื่อว่าหลังการผ่อนชำระครบถ้วนจะได้รับโอนกรรมสิทธิ์บ้านและที่ดิน แต่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ผู้ทำสัญญามิใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ตามโฉนด อีกทั้งยังมีหมายศาลและประกาศขายทอดตลาดจากกรมบังคับคดีปรากฏอยู่ตลอดเวลา ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา น.ส.จรียากรณ์ ธูเจริญศิลป์ ได้ผ่อนชำระรวมแล้วกว่า 7 แสนบาท แต่เมื่อขาดชำระบางงวดเนื่องจากประสบปัญหาทางเศรษฐกิจ กลับถูกข่มขู่ด้วยการจะตัดน้ำ ตัดไฟ ขับไล่ออกจากบ้าน และมีการติดหมายศาล ประกาศขายทอดตลาดที่บ้านดังกล่าว อีกทั้งยังถูกเรียกเก็บเงินผ่านช่องทางที่ไม่โปร่งใส เช่น การโอนเข้าบัญชีของบริษัทเอกชนแทนที่จะชำระโดยตรงกับเจ้าของกรรมสิทธิ์ เป็นต้น โดยปัญหาดังกล่าวไม่ใช่เหตุการณ์เฉพาะราย แต่มีประชาชนทั่วประเทศจำนวนมากที่อาจตกเป็นเหยื่อในลักษณะเดียวกัน จึงจำเป็นต้องอาศัยกลไกรัฐสภาและคณะ กมธ. ในการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อคุ้มครองสิทธิประชาชน และดำเนินการกับผู้ที่อาจกระทำผิดกฎหมาย
นายเกียรติคุณ ต้นยาง กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า จะรีบนำเรื่องดังกล่าวเสนอต่อประธานคณะ กมธ. เพื่อบรรจุเข้าระเบียบวาระการประชุมของคณะ กมธ. และจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนมาให้ข้อมูล และหาผู้รับผิดชอบ ทั้งทางแพ่งและทางอาญา ทั้งนี้ หากมีการแจ้งความแล้วก็จะติดตามจากสถานีตำรวจในพื้นที่ว่าพนักงานสอบสวนรับคดีนี้เป็นคดีอะไร มีการขยายผลหรือไม่ อย่างไร เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้ร้อง และไม่ให้เกิดความเสียหายในวงกว้างอีกต่อไป
นางสว่างจิตต์ เลาหะโรจนพันธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในฐานะที่ตนเป็น กมธ.แก้ปัญหาหนี้สิน ความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ โดยเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับนาโนแบงค์ที่ทำธุรกรรมอย่างไม่ตรงไปตรงมา ซึ่งทางคณะ กมธ.จะต้องพิจารณาในส่วนที่เกี่ยวข้องด้วย รวมถึงหากผู้ร้องยืนยันว่าถูกกระทำหรือถูกทวงหนี้ที่ไม่ถูกต้องก็สามารถไปแจ้งความดำเนินคดีได้ ทั้งนี้ ต้องมีการร้องเรียนเพิ่มเติมไปที่คณะ กมธ.แก้ปัญหาหนี้สินฯ ด้วย
