
ความคืบหน้ากรณีที่ น.ช.อนุชิต สุขสุด อายุ 29 ปี ผู้ต้องขังกองนอกประจำร้านหับเผยของเรือนจำจังหวัดนนทบุรีหลบหนีระหว่างถูกนำตัวออกมาช่วยงานนอกเรือนจำเมื่อช่วงเที่ยงของวานนี้ พร้อมกับขโมยรถจักรยานยนต์ของผู้คุมหลบหนี ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่เรือนจำจังหวัดนนทบุรีพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ภ.จว.นนทบุรี และชุดสืบสวนสภ เมืองนนทบุรี ติดตามจับกุมตัวได้ที่บ้านพักหลังหนึ่ง ใน ต.ห้วยไผ่ อ.แสวงหา จ.อ่างทอง เมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมาก่อนถูกนำตัวกลับมาดำเนินคดีเพิ่มเติมที่ สภ.เมืองนนทบุรี

ล่าสุดเมื่อเวลา 17.30 น. นายทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม พร้อมด้วยอธิบดีกรมราชทัณฑ์ นางกนกวรรณ จิ๋วเชื้อพันธุ์ผบช.เรือนจำจังหวัดนนทบุรี เดินทางเข้าสอบปากคำ น.ช.อนุชิต สุขสุด ผู้ต้องขังที่หลบหนี โดย น.ช.อนุชิต กล่าวรับสารภาพเพียงสั้นๆถึงสาเหตุที่ตัดสินใจหลบหนีจากการควบคุมตัวว่า เป็นเพราะตนเองคิดถึงลูก ประกอบกับถูกเพื่อนนักโทษในเรือนจำกลั่นแกล้งเป็นประจำ ทำให้เมื่อมีโอกาสออกมาทำงานนอกเรือนจำ จึงได้ตัดสินใจหลบหนีไปด้วยอารมณ์ชั่ววูบ

ทางด้านนายทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ตามกฎหมาย กฎระเบียบของกรมราชทัณฑ์นั้น ในกรณีที่มีผู้ต้องขังหลบหนี ทางกรมราชทัณฑ์และทางเรือนจำจะมีอำนาจในการติดตามควบคุมตัวผู้ต้องขังที่หลบหนีไปกลับมาดำเนินคดีต่อภายใน 48 ช.ม. หากเกิน 48 ช.ม.นับตั้งแต่ผู้ต้องขังหลบหนีไปแล้ว ทางผู้คุมและเจ้าหน้าที่เรือนจำที่มีส่วนเกี่ยวข้องจะถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยและมีบทลงโทษตามกฎหมายต่อไป ซึ่งในรายของผู้ต้องขังรายนี้ทางเรือนจำและเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามตัวกลับมาได้ภายใน 24 ช.ม. ซึ่งถือว่ายังไม่เกินกฎระเบียบที่กำหนดไว้ โดยตนได้รับรายงานจากผู้บัญชาเรือนจำจังหวัดนนทบุรีตลอดเวลาที่ลงพื้นที่ติดตามตัวผู้ต้องขังที่หลบหนีโดยทราบว่าชุดทำงานไล่ติดตามตัวผู้ต้องขังตลอดวันตลอดคืนจนไม่ได้นอน

รมว.ยุติธรรม กล่าวอีกว่า หลังจากนี้ตนจะมอบหมายให้ทางอธิบดีกรมราชทัณฑ์ไปศึกษากฎระเบียบเพิ่มเติมเกี่ยวกับการหาอุปกรณ์เสริมมาควบคุมตัวผู้ต้องขังในระหว่างที่ออกมาฝึกงาน โดยอาจจะเล็งไปที่การติดกำไลอีเอ็มเพิ่มเพราะหากเกิดเหตุผู้ต้องขังหลบหนีขึ้นก็ยังมีอุปกรณ์ในการติดตามจับกุมตัวได้ ส่วนเรื่องการจะให้ยกเลิกการนำผู้ต้องขังออกมาฝึกงานเพื่อไม่ให้ผู้ต้องขังหลบหนีนั้น เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เพราะทางกรมราชทัณฑ์มีอาชีพต้องอบรมให้ความรู้ทางวิชาชีพกับผู้ต้องขังที่ใกล้จะพ้นโทษให้ได้มีทักษะอาชีพสามารถกลับออกไปทำงานหากินสุจริตได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างการสอบปากคำนั้น แม่ของ น.ช.อนุชิต ได้เข้ามาสวมกอดลูกชายพร้อมกับพูดให้กำลังใจ น.ช.อนุชิต ให้เข้มแข็งและยอมรับในความผิดที่เกิดขึ้นแล้วกลับออกมาเจอหน้าลูกและครอบครัวที่จะรอคอยอยู่ ซึ่งน.ช.อนุชิต จะถูกส่งตัวไปคุมขังที่เรือนจำกลางเขาบิน จ.ราชบุรี
