3 ตุลาคม 2022

พบแล้วกลายเป็นศพ ยายวัย 89 ปี หลังหายออกจากบ้าน ทรัพย์สินอยู่ครบ

1 min read

พบแล้วกลายเป็นศพ ยายวัย 89 ปี หลังหายออกจากบ้าน ทรัพย์สินอยู่ครบ
จากกรณี เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ่อทอง ระดมกำลังออกค้นหาและโพสต์โซเชี่ยล หลังคุณยายวัย 89 ปี หายตัวไปหลายวัน พร้อมสร้อยทองและพระเลี่ยมทอง สุดท้ายเจอกลายเป็นศพ ทรัพย์สินอยู่ครบ คาดขาดน้ำ ขาดอาหาร

เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 8 ส.ค.64 ตามที่ เพจเฟสบุ๊คของ สถานีตำรวจภูธรบ่อทอง จังหวัดชลบุรี ได้โพสต์ข้อความว่าประกาศคนหาย คุณยายช้วน อุดมเดช อายุ 89 ปี หายออกจากบ้าน หลังวัดอมพนมล่าง ตำบลบ่อทอง อำเภอบ่อทอง จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2564 ลักษณะการแต่งกายวันที่หาย เสื้อคอกระเช้า ด้านใน เสื้อเชิ้ตแขนยาวลายสก็อตสีน้ำตาล ผ้าถุงยาวสีน้ำตาล ใส่สร้อยคอทองคำหนัก 1 บาทพร้อมพระเลี่ยมทอง
ต่อมา ทาง พ.ต.อ.กุลชาต กุลชัย ผู้กำกับการ สภ.บ่อทอง สนธิกำลังร่วมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตะเวนชายแดนจากจังหวัดจันทบุรี สุนัขดมกลิ่นและหน่วยกู้ภัยสว่างเหตุบ้านทุ่งเหียงจุดบ่อทอง ได้ออกค้นหาตั้งแต่บริเวณรอบบ้านและไปตามทางที่ยายช้วนชอบไปเป็นประจำ โดยแบ่งกำลังกับชาวบ้านปูพรมค้นหายายช้วน อย่างต่อเนื่องผ่านมาสองวัน

คืบหน้าล่าสุด ได้ออกตามหาอีกครั้ง จนมาพบร่างของคุณยายช้วน อุดมเดช นอนอยู่ในป่าหญ้าใต้ต้นกระถิน หมู่ที่ 1ตำบลบ่อทอง อำเภอบ่องทอง จังหวัดชลบุรี ห่างจากบ้านประมาณ 1 กิโลเมตร จึงได้มีการประสานแพทย์เวร โรงพยาบาลบ่อทอง เข้าที่เกิดเหตุ จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ่อทอง พบว่าสร้อยทอง น้ำหนัก 1 บาท และพระเลี่ยมทอง ยังอยู่ครบไม่หายไปไหน จึงคาดว่าไม่ใช่เป็นเหตุฆาตกรรม ผู้ตายได้เดินทางและอาจจะหลงลืมกลับบ้านไม่ถูก จนทำให้ขาดน้ำ ขาดอาหาร จนเป็นลมเสียชีวิตดังกล่าว อย่างไรก็ตาม จะได้มีการนำศพส่งชันสูตรหาสาเหตุอีกครั้ง
ด้าน พ.ต.อ.กุลชาต กุลชัย ผู้กำกับการ สภ.บ่อทอง กล่าวว่าต้องขอขอบคุณทุกฝ่าย ที่ได้ช่วยกันออกตามหาอย่างต่อเนื่อง จนได้มาพบกับร่างคุณยายช้วน ที่คาดว่าเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 24 ชั่วโมง โดยที่ทรัพย์สินทุกอย่างภายในร่ายกายอยู่ครบ ส่วนสาเหตุคาดว่าน่าจะมาจากการการขาดน้ำอย่างแน่นอน

ภาพ/ข่าว นิราช/นันฐพล/พิชญ์ฐญา ทิพย์ศรี จ.ชลบุรี
พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

You may have missed

นิตยสารตำรวจสถานีประชาชน | บริหารงาน โดย ฤทธิรณ ปัญญากาบ.