เกิดพายุฤดูร้อนที่จังหวัดจันทบุรี ส่งผลให้สวนผลไม้ได้รับความเสียหาย ทุเรียนกิ่งฉีกโค่น ล่วงหล่น เกษตรกรขาดรายได้ ขณะที่จังหวัดกวดขันไม่ให้ทุเรียนอ่อนออกวางจำหน่าย – นิตยสารตำรวจสถานีประชาชน
22 กันยายน 2021

เกิดพายุฤดูร้อนที่จังหวัดจันทบุรี ส่งผลให้สวนผลไม้ได้รับความเสียหาย ทุเรียนกิ่งฉีกโค่น ล่วงหล่น เกษตรกรขาดรายได้ ขณะที่จังหวัดกวดขันไม่ให้ทุเรียนอ่อนออกวางจำหน่าย

1 min read

เกิดพายุฤดูร้อนที่จังหวัดจันทบุรี ส่งผลให้สวนผลไม้ได้รับความเสียหาย ทุเรียนกิ่งฉีกโค่น ล่วงหล่น เกษตรกรขาดรายได้ ขณะที่จังหวัดกวดขันไม่ให้ทุเรียนอ่อนออกวางจำหน่าย

เกิดพายุฤดูร้อนพัดถล่มสวนผลไม้ในจังหวัดจันทบุรี เสียหายหลายพื้นที่โดยเฉพาะเขตอำเภอท่าใหม่ และ อำเภอนายายอาม สวนผลไม้ที่เป็นแนวลมผ่านเสียหายหลายแห่ง ผลผลิตทุเรียนที่กำลังจะเก็บผลผลิตได้ในช่วงต้นเดือนเมษายน ถูกลมพัดกระชากลูกร่วงหล่นเต็มพื้น บางต้นถูกพายุพัดถอนราก ถอนโคน ชาวสวนทุเรียนได้แต่ปลงกับภัยพิบัติที่เกิดขึ้น ถึงแม้จะได้รับการเยียวยาจากสำนักงานเกษตรแต่ก็ไม่คุ้มค่ากับมูลค่าความเสียหาย ที่ส่งผลต่อการครองชีพในปีนี้ เบื้องต้น ข้อมูลจากเกษตรอำเภอนายายอาม พบสวนผลไม้ได้รับผลกระทบทำให้ทุเรียน เงาะ ในพื้นที่ บ้านต้นบก ต.นายายอาม อ.นายายอามได้รับความเสียหายมากกว่า 2,000 ลูก หรือ ประมาณ 16 ตัน มูลค่าความเสียหายกว่า 1 ล้านบาท ส่วนที่ตำบลสองพี่น้อง อำเภอท่าใหม่ มีสวนผลไม้ได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อน สวนผลไม้ที่เป็นทางผ่านของพายุทุเรียนร่วงหล่น ต้นเสียหาย จำนวนมากเช่นกัน ชาวสวนเร่งเก็บลูกทุเรียนที่เสียหายเพื่อตรวจเช็คก่อนแจ้งเกษตรตำบลเพื่อเป็นข้อมูลการรับความช่วยเหลือเยียวยาต่อไป และทุเรียนที่ร่วงหล่นเจ้าของสวนจะคัดแยกเปอร์เซ็นต์แป้ง หากสามารถนำไปแปรรูปทำไอศครีม หรือ กวน และแปรรูปอื่น ๆ ก็จะขาย แต่ถ้ายังคุณภาพไม่ถึงก็จะทำลายทิ้งเป็นปุ๋ยไม่นำออกจำหน่ายในท้องตลาดเพื่อรักษาคุณภาพ และ ชื่อเสียงสวนผลไม้ของเกษตรกรชาวจันทบุรี

ขณะที่จังหวัดได้จัดชุดเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาทุเรียนด้อยคุณภาพออกสู่ตลาดจังหวัดจันทบุรี ออกสุ่มตรวจล้งผลไม้ ร้านจำหน่ายผลไม้ ตลาดขายปลีกผลไม้ เพื่อป้องกันผลผลิตด้อยคุณภาพออกสู่ตลาด โดยเฉพาะทุเรียนอ่อน สร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค รักษาชื่อเสียงและภาพลักษณ์เกษตรกรชาวสวนจันทบุรี อย่างไรก็ตามหากผู้บริโภคซื้อทุเรียนและพบว่าเป็นทุเรียนอ่อน ผู้บริโภคสามารถฟ้องร้องดำเนินคดีผู้ขายได้ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด หรือ อำเภอที่ตั้งของร้านจำหน่ายสินค้า โดยผู้ขายเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 271 และ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 มาตรา 47 มีโทษทั้งจำ และ ปรับ

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

More Stories

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

นิตยสารตำรวจสถานีประชาชน | บริหารงาน โดย ฤทธิรณ ปัญญากาบ.