เชียงรายสกัดยึดยาบ้าส่งท้ายปีเก่าได้กว่า 6 ล้านเม็ด หลังจากผู้ต้องหาใช้ปืนยิงต่อสู้สกัด ตร. ก่อนหลบหนีเข้าป่ามืด เจ้าหน้าที่เร่งติดตามจับกุมกระชั้นชิด – นิตยสารตำรวจสถานีประชาชน
7 พฤษภาคม 2021

เชียงรายสกัดยึดยาบ้าส่งท้ายปีเก่าได้กว่า 6 ล้านเม็ด หลังจากผู้ต้องหาใช้ปืนยิงต่อสู้สกัด ตร. ก่อนหลบหนีเข้าป่ามืด เจ้าหน้าที่เร่งติดตามจับกุมกระชั้นชิด

1 min read

เชียงรายสกัดยึดยาบ้าส่งท้ายปีเก่าได้กว่า 6 ล้านเม็ด หลังจากผู้ต้องหาใช้ปืนยิงต่อสู้สกัด ตร. ก่อนหลบหนีเข้าป่ามืด เจ้าหน้าที่เร่งติดตามจับกุมกระชั้นชิด

พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผบช.ภ.5 พร้อมด้วย นายวุฒิชัย เสาวโกมุท รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และ พล.ท.บุญยืน อินกว่าง แม่ทัพน้อยที่ 3 ในฐานะรอง ผบ.ศป.บส.ชน. นายมานิต โกเมศ ผู้อำนวยการสำนักงาน ปปส. ภาค 5 ผู้บังคับบัญชาของ ตชด.32 ผู้บังคับบัญชาของหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) เขตเชียงราย พร้อมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงข่าวการตรวจยึดของกลางยาเสพติดพร้อมของกลาง เมื่อเช้าพฤหัสบดีที่ 31 ธันวาคม 2563 ที่ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย ถนนศูนย์ราชการฝั่งหมิ่น ตำบลริมกก อำเภอเมืองเชียงราย ได้ของกลางเป็นยาบ้า 25 กระสอบ จำนวน 6,420,000 เม็ด พร้อมของกลางที่ใช้กระทำความผิดเป็นรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนด์เงิน หมายเลขทะเบียน 2 ฒส 6437 กรุงเทพมหานคร

พลตำรวจโท ประจวบ วงศ์สุข ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 แถลงว่า ก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.5 และ กก.สส.ภ.จว.เชียงราย ได้ร่วมกันทำการสืบสวนติดตามข่าวสารทราบว่า มีกลุ่มลำเลียงยาเสพติดเป็นชาวไทยภูเขา ชนเผ่าม้ง จากพื้นที่ตำบลเข็กน้อย อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ จะเดินทางเข้ามาลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เพื่อลักลอบลำเลียงเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ จึงได้ร่วมกันออกทำการสืบสวนติดตามสะกดรอย

ต่อมา เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2563 เวลาประมาณ 18.00 น. เจ้าหน้าที่สืบสวนได้พบกลุ่มม้งเข็กน้อยผู้ที่ต้องสงสัย เป็นชายจำนวน 2 คน ทราบชื่อคือ นายพีรพัฒน์ แซ่เถา และนายสุติชัย แซ่ซ่ง ใช้รถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ ติดตั้งหลังคาแครี่บอย เลขทะเบียน 2ฒส 6437 กรุงเทพมหานคร มาเข้าพักที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอขุนตาล จังหวัดเชียงราย

จึงได้สั่งการให้จัดชุดกำลังเฝ้าสังเกตดูความเคลื่อนไหวโดยต่อเนื่อง กระทั่งในวันที่ 29 ธันวาคม 2563 เวลาประมาณ 18.00 น. นายพีรพัฒน์ แซ่เถา และนายสุติชัย แซ่ซ่ง ใช้รถยนต์กระบะ เลขทะเบียน 2ฒส 6437 กรุงเทพมหานคร ขับออกไปจากที่พักในพื้นที่อำเภอขุนตาล จึงได้สะกดรอยติดตาม และเลี้ยวซ้ายเข้าไปทางขึ้นบ้านพญาพิภักดิ์ ตำบลยางฮอม อำเภอขุนตาล จังหวัดเชียงราย และพบว่าบริเวณปากทางมีรถยนต์กระบะสีดำ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียนและยี่ห้อจอดซุ่มอยู่ในป่าข้างทาง จำนวน 1 คัน จึงจัดกำลังซุ่มสังเกตุการณ์ บริเวณปากทางขึ้นหมู่บ้านพญาพิภักดิ์ กระทั่งต่อมาเวลาประมาณ 21.00 น.รถยนต์ทั้งสองคันคือ คือ รถยนต์กระบะสีดำ ไม่ทราบทะเบียนวิ่งนำ รถยนต์กระบะ หมายเลขทะเบียน 2 ฒส 6437 กรุงเทพมหานคร โดยด้านหน้ารถไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน แต่ด้านหลังติดแผ่นป้ายทะเบียน บต 672 ชัยนาท ขับออกมาจากทางลงมาจากหมู่บ้านพญาพิภักดิ์ เลี้ยวซ้ายไปทาง อำเภอเทิง จนถึงสี่แยกไฟแดงบ้านต้า อำเภอขุนตาล จึงเลี้ยวขวามุ่งหน้า เข้าอำเภอพญาเม็งราย จนกระทั่งถึงสามแยกไฟแดงข้างโรงเรียนปล้องวิทยาคม ตำบลปล้อง อำเภอเทิง ได้เลี้ยวขวามุ่งหน้า เข้าอำเภอเมืองเชียงรายตามลำดับ

พลตำรวจโท ประจวบ วงศ์สุข กล่าวอีกว่า ระหว่างการติดตามรถยนต์ทั้งสองคัน ได้เร่งเครื่องยนต์เพื่อหลบหนี กระทั่งถึงบริเวณหน้าปากทางเข้าโกดังยาพารา ตำบลแม่ลอย อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย รถยนต์ต้องสงสัยได้เลี้ยวเข้าไป โดยขับชนแผงกั้นรั้ว เข้าไปจอดในโกดังเก็บยางพารา และคนในรถจำนวน 2 คน คือ นายพีรพัฒน์ แซ่เถา และนายสุติชัย แซ่ซ่ง ได้วิ่งกระโจนลงออกจากรถ โดยผู้ขับขี่ได้ใช้อาวุธปืนพกสั้นไม่ทราบชนิดและขนาดระดมยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อหลบวงล้อมป้องกันการติดตาม และได้วิ่งหลบหนีเข้าไปยังป่าด้านหลังโกดัง ซึ่งเป็นป่ารกและมืดสนิท ไม่สามารถติดตามจับกุมตัวได้

จากการตรวจสอบรถยนต์พบว่า มีกุญแจรถเสียบคาอยู่ เมื่อเปิดกระบะแครี่บอยพบว่ามีกระสอบบรรจุยาเสพติดชนิดยาบ้า ตรวจนับเบื้องต้นได้จำนวน 25 กระสอบ รวมยาบ้าประมาณ 6,420,000 เม็ด บรรทุกอยู่เต็มกระบะ จึงทำการตรวจยึดยาบ้า รถยนต์และของกลางรายการอื่น ๆ ส่งพนักงานสอบสวน เพื่อทำการสืบสวนสอบสวนหาตามตัวนายพีรพัฒน์ฯ และนายสุติชัยฯ และผู้ขับรถยนต์คันนำทาง มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากการจับกุมดังกล่าว สืบเนื่องจากนโยบายรัฐบาลของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขปัญหายาเสพติด ตามแผนปฏิบัติการด้านการแก้ไขปัญหายาเสพติดชายแดนภาคเหนือแบบเบ็ดเสร็จ (พ.ศ. 2562-2565) ให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ ตำรวจภูธรภาค 5 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้ร่วมกันสอดส่องรถของขบวนการลำเลียงยาเสพติดที่หลบเลี่ยงด่านตรวจฯ และลอบผ่านเข้ามาในพื้นที่หมู่บ้าน ตำบล ของท่าน พร้อมแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบอย่างรวดเร็ว

โดยสามารถแจ้งข้อมูลผ่านสายด่วนยาเสพติด 1599 หรือ สายด่วน 191 หรือ Line@inthanon1(ผบช.ภ.5) และ Application Police I lert U ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อดำเนินการปราบปรามจับกุม ดำเนินคดีผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับคดียาเสพติด และลดปัญหายาเสพติดอย่างต่อเนื่องและเข้มข้น เพื่อให้สังคมมีความปลอดภัยจากปัญหายาเสพติด รวมทั้ง ปัญหาอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดต่อไปด้วย.

Cr.สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย
31/12/63

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

You may have missed

นิตยสารตำรวจสถานีประชาชน | บริหารงาน โดย ฤทธิรณ ปัญญากาบ.