ตำรวจภาค 3 ลงพื้นที่ตรวจยึดทรัพย์สินที่ได้มาจากการจำหน่ายยาเสพติด มูลค่ากว่า 3 ล้านบาท เตรียมขยายผลสู่ขบวนการค้ายาชายแดน – นิตยสารตำรวจสถานีประชาชน
12 พฤษภาคม 2021

ตำรวจภาค 3 ลงพื้นที่ตรวจยึดทรัพย์สินที่ได้มาจากการจำหน่ายยาเสพติด มูลค่ากว่า 3 ล้านบาท เตรียมขยายผลสู่ขบวนการค้ายาชายแดน

1 min read

ตำรวจภาค 3 ลงพื้นที่ตรวจยึดทรัพย์สินที่ได้มาจากการจำหน่ายยาเสพติด มูลค่ากว่า 3 ล้านบาท เตรียมขยายผลสู่ขบวนการค้ายาชายแดน

เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2563 ที่สถานีตำรวจภูธรบึงมะลู อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ พลตำรวจตรี คีรีศักดิ์ ตันตินวะชัย รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 พร้อมด้วย พันตำรวจเอก ศุภชัย ศักรินพานิชกุล รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ, พันตำรวจเอก อนุภาพ วิศรัมวัน ผู้กำกับ สถานีตำรวจภูธรบึงมะลู ร่วมกันแถลงผลการติดตามจับกุมขบวนการค้ายาบ้าตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา ภายหลังจากที่สืบทราบว่าขบวนการดังกล่าว ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่อำเภอกันทรลักษ์ อำเภอน้ำยืน นี้มานาน แกะรอยจนสามารถติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ ทำการขยายผลไปสู่การตรวจยึดทรัพย์สินได้รวมมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2563 เจ้าหน้าที่สถานีตำรวจภูธรบึงมะลู ได้จับกุม นายกำพล กิ่งป้อง อายุ 32 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 162 เม็ด ตำรวจจึงได้สืบสวนขยายผล จนกระทั่งเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2563 เจ้าหน้าที่จากสำนักงานเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ได้อนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดกันทรลักษ์ ติดตามจับกุม นายไพรัชต์ ชบา อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 180/1 หมู่ 5 ตำบลบึงมะลู อำเภอกันทรลักษ์ และนางเก็จแก้ว ชะบา 45 ปี รวม 2 สามีภรรยา ในข้อหามียาเสพติดชนิดยาบ้า ไว้ในครอบครองเพื่อการจำหน่ายและจำหน่าย

พลตำรวจตรี คีรีศักดิ์ ตันตินวะชัย รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 กล่าวว่า ผลของการติดตามแกะรอยเส้นทางของขบวนการจำแหน่ายยาบ้า ยาเสพติดในแถบชายแดนไทย–กัมพูชา ในเขตอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ต่อเขตอำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี พบว่าเป็นการขบวนการที่ใหญ่ จะอาศัยในช่วงเทศกาลสำคัญๆ ของไทย เป็นการขนลำเลียงยาเสพติดผิดกฎหมาย และในรายนี้ อาศัยธุรกิจรถแห่เครื่องเสียง ดนตรีสด บังหน้า แต่แอบค้ายาเสพติด และนำรายได้จากการจำหน่ายยาเสพติดไปแปรรูปเป็นทรัพย์สินอื่นๆ มากมาย ที่เหลือจากการใช้จ่ายเที่ยวเตร่ดื่มกินไปวันๆ มีความผิดปกติในบัญชีเงินฝากที่ไหลเข้าและออก มีรายได้ มีทรัพย์สินที่เกิดความร่ำรวยขึ้นมาอย่างผิดปกติ งานรถแห่ไม่มีงานเพราะติดสถานการณ์โควิด แต่เจ้าของธุรกิจยังมีรายได้มากมายผิดปกติ จึงได้มอบงานให้ชุดสืบจากภาค3 ร่วมกับภูธรจังหวัดศรีสะเกษ ภูธรบึงมะลู แกะรอยติดตาม จนสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหา และสามารถติดตามยึดทรัพย์เพื่อมาตรวจสอบการได้มาอีกครั้ง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายการกระทำผิดกฎหมายที่มียาเสพติด ชนิดยาบ้า ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่าย พร้อม รพบ.ยึดทรัพย์ที่ได้มาจากการจำหน่ายยาเสพติดดังกล่าว ที่มีมูลค่ารวมกว่า 3 ล้านบาทด้วย

***********
ข่าว/ภาพ บุญทัน ธุศรีวรรณ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

You may have missed

นิตยสารตำรวจสถานีประชาชน | บริหารงาน โดย ฤทธิรณ ปัญญากาบ.