รวบมาเลย์หลบหนีเข้าเมืองหวั่นโควิดระบาด สารภาพทนเห็นเมียไทยและลูกอดอยากไม่ไหว – นิตยสารตำรวจสถานีประชาชน
2 มีนาคม 2021

รวบมาเลย์หลบหนีเข้าเมืองหวั่นโควิดระบาด สารภาพทนเห็นเมียไทยและลูกอดอยากไม่ไหว

1 min read

นราธิวาส/ภาพ/ข่าว-นูอารีซ๊ะ ยะยือริ

รวบมาเลย์หลบหนีเข้าเมืองหวั่นโควิดระบาด สารภาพทนเห็นเมียไทยและลูกอดอยากไม่ไหว

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 10 ธ.ค. 63 นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร นายอำเภอสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ได้รับแจ้งจากนายยูโซ๊ะ บินลีตี กำนันตำบลปาเสมัส มีชาวมาเลเซียแอบลักลอบเดินทางข้ามแดนทางช่องทางธรรมชาติ บริเวณชุมชนท่าทราย ม.7 ต.ปาเสมัส จึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.ธิติวุฒิฒ์ เพชรรักษ์ สว.สืบสวน สภ.สุไหงโก-ลก ร.อ.ณัฐพล คณะทอง ผบ.ร้อยชุดป้องกันชายแดนที่ 3 และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข อ.สุไหงโก-ลก ได้ร่วมกันไปควบคุมตัว นายอัสฮา บิน อับดุลรอมมาน อายุ 53 ปี ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย พร้อมทั้งได้ตรวจยึดเรือยนต์รับจ้างข้ามฟาก จำนวน 1 ลำ ซึ่งเจ้าของได้ไหวตัวทันและหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายอัสฮา บิน อับดุลรอมมาน มาสอบสวน ณ ที่ว่าการ อ.สุไหงโก-ลก โดยให้การว่า การลักลอบข้ามแดนมาในครั้งนี้ ตนได้มีการติดต่อกับนายหน้าชาวมาเลเซียคนหนึ่ง เพื่อติดต่อกับชาวไทยที่มีอาชีพขับเรือยนต์รับจ้างข้ามฟาก ที่บริเวณช่องทางข้ามธรรมชาติท่าทราย โดยเสียเงินค่าจ้างนั่งเรือข้ามฟากเที่ยวละ 300 บาท และเมื่อตนเดินทางข้ามมาฝั่งไทยก็ถูกเจ้าหน้าที่จับกุม ซึ่งการเดินทางเข้ามาประเทศไทยตนทราบดีว่าผิดกฎหมาย และจะถูกจับดำเนินคดีเหมือนกับฝั่งประเทศมาเลเซีย แต่ตนมีความจำเป็นต้องเดินทางมาหาภรรยาชาวไทย เพื่อนำเงินมาให้เป็นค่าใช้จ่ายเลี้ยงลูกอีก 3 คน ที่กำลังเล็กอยู่และเมื่อตนพบภรรยาและลูกๆแล้ว ก็จะเดินทางลักลอบกลับไปบ้านในประเทศมาเลเซีย แต่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวเสียก่อน

ด้านนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร นายอำเภอสุไหงโก-ลก เปิดเผยว่า ตนมีความเป็นห่วงคนไทยที่จะติดเชื้อไวรัสโควิด 19 เนื่องจากขณะนี้ประเทศมาเลเซียมีการตรวจสอบการแพร่ระบาดอย่างหนัก ทุกคนที่หลบหนีเล็ดลอดเข้าตามช่องทางธรรมชาติ ไม่ว่าใครตนจะจับกุมส่งดำเนินคดีทุกราย ส่วนผู้ต้องหารายนี้ก็จะถูกจับส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองดำเนินคดี และกักตัว 14 วันเพื่อดูอาการ ส่วนกรณีช่องทางธรรมชาติที่ชาวมาเลเซียเล็ดลอดเข้ามาในครั้งนี้ ก็จะให้ใช้ลวดหนามหีบเพลงไปขึงปิดท่าข้าม แถมเรือทุกลำที่จอดเทียบท่า ก็จะให้เจ้าของเรือนำขึ้นฝั่ง เพื่อป้องกันใช้เป็นพาหนะในการลักลอบนำคนมาฝั่งมาเลเซียเข้ามาฝั่งไทย ส่วนเจ้าของเรือที่ชาวมาเลเซียว่าจ้างมาส่งฝั่งไทยนั้น ตนจะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำไปชี้ตัวที่ท่าเรือ หากตรวจสอบก็จะจับกุมดำเนินคดี แต่ถ้าหลบหนีก็จะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจออกหมายจับต่อไป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

You may have missed

นิตยสารตำรวจสถานีประชาชน | บริหารงาน โดย ฤทธิรณ ปัญญากาบ.